
18+ adult fictional story · 1 min read
ทุกคำที่เราเกือบพูด
ฉันเขียนข้อความที่ไม่เคยส่งซ้ำไปมา จนรู้ว่าคนที่ฉันคิดถึงไม่ใช่คนเดียวที่รอให้ฉันซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเอง
ทุกคำที่เราเกือบพูด
ทุกข้อความเริ่มเหมือนกันหมด
ฉันควรบอกคุณตั้งแต่ตอนนั้น
ฉันพิมพ์ ลบ แล้วพิมพ์ใหม่ซ้ำไปมา จนคำเหล่านั้นเลิกดูเหมือนคำ ครัวมืดสนิท เหลือแค่แสงจากหน้าจอโทรศัพท์ ข้างนอก เมืองทั้งเมืองเงียบจนฉันได้ยินเสียงตู้เย็นครางเบาๆ และเสียงบ้านเก่าลั่นอยู่ในผนัง
มีวิธีขอโทษแบบแย่ๆ อยู่เป็นร้อยวิธี และฉันซ้อมมาแล้วเกือบหมด
นอรากับฉันเก่งเรื่องการเกือบพูด เกือบขอให้อีกฝ่ายอยู่ต่อ เกือบยอมรับว่าคำว่าเพื่อนไม่ใช่คำที่ถูกต้องอีกแล้ว เกือบเลือกกันและกัน ก่อนที่ศักดิ์ศรี จังหวะเวลา และเสียงซุบซิบในเมืองเล็กๆ จะเลือกแทนเรา
ครั้งสุดท้ายที่ฉันเห็นเธอ เธอยืนอยู่นอกร้านเบเกอรี มีแป้งติดอยู่บนแขนเสื้อ ฉันถามว่าเธอมีความสุขไหม เธอบอกว่ายุ่ง ฉันบอกว่าดีใจด้วย เราทั้งคู่ไม่มีใครเชื่อคำพูดนั้น
นั่นคือสามปีก่อน
ตอนนี้เธอกลับมาเพื่อขายบ้านของแม่ และทันใดนั้น ถนนทุกเส้นก็เหมือนมีชื่อเธอเขียนอยู่ ฉันเห็นรถของเธอหน้าร้านอาหาร เห็นลายมือเธอบนประกาศที่ไปรษณีย์ เห็นเงาสะท้อนของเธอในกระจกของสถานที่ที่เธอยังไม่ได้เดินเข้าไปด้วยซ้ำ
ฉันจึงเขียนข้อความนั้น
ฉันควรบอกคุณว่าฉันกลัว ฉันควรบอกว่าฉันต้องการคุณ ฉันควรบอกว่าในวันที่คุณขอเหตุผลสักข้อให้คุณอยู่ต่อ ฉันมีทั้งชีวิตอยู่ในหัว แต่ไม่มีความกล้าอยู่ในปากเลย
ฉันไม่ได้กดส่ง
แทนที่จะส่ง ฉันเดินไปที่ร้านเบเกอรีก่อนเวลาเปิดร้าน นอราอยู่ด้านหลัง กำลังผูกผ้ากันเปื้อน เธอดูโตขึ้นในแบบที่ทำให้เป็นตัวเองมากกว่าเดิม เมื่อเห็นฉัน เธอไม่ได้ยิ้มทันที
“เลน” เธอเรียก
ชื่อของฉันฟังแปลกไปในเสียงของเธอ เหมือนของที่ถูกยืมไปนานแล้วเพิ่งถูกคืนกลับมา
ฉันวางโทรศัพท์ลงบนเคาน์เตอร์ หน้าจอยังค้างอยู่ที่ข้อความที่ไม่เคยส่ง
“ฉันเหนื่อยกับคำว่าเกือบแล้ว” ฉันพูด
เธออ่านข้อความโดยไม่แตะโทรศัพท์ ดวงตาเคลื่อนไปช้าๆ พออ่านจบ เธอมองฉันนานจนฉันต้องจับขอบเคาน์เตอร์ไว้เพื่อไม่พูดทับความเงียบนั้น
“คุณส่งมาก็ได้” เธอบอก
“ฉันรู้”
“แล้วทำไมไม่ส่ง”
“เพราะฉันติดค้างใบหน้าของฉันเองตอนพูดประโยคนี้กับคุณ”
นั่นคือสิ่งจริงใจอย่างแรกที่ฉันพูดกับเธอในรอบหลายปี
นอราเดินอ้อมเคาน์เตอร์มา เธอหยุดใกล้พอให้ฉันได้กลิ่นน้ำตาลกับกาแฟบนเสื้อผ้า แต่ไม่ใกล้กว่านั้น เธอปล่อยให้ฉันเลือกเองทั้งที่ตายังเปิดอยู่
“ถ้าอย่างนั้นก็พูดสิ” เธอบอก
ฉันจึงพูด ทุกคำที่เคยเกือบพูด ทุกช่วงหยุดที่ขี้ขลาด ทุกปีที่ฉันแกล้งทำเหมือนการคิดถึงเธอเป็นแค่นิสัย
ตอนที่เธอจับมือฉันในที่สุด มันไม่ได้รู้สึกเหมือนการได้รับการให้อภัย แต่มันรู้สึกเหมือนได้โอกาสหนึ่งครั้งให้เลิกซ่อนตัวเสียที




Comments
Reader notes